Skip to content

เรื่องของรถไฟ

October 15, 2009
tags:

ผมนั่งรถไฟที่เมืองไทยครั้งสุดท้ายเมื่อเกือบ 6 ปีที่แล้ว (นานมาก รู้สึกแก่พิลึก) ตอนนั้นจำได้ว่านั่งไปเที่ยวหัวหินกับเพื่อนเป็นทริปจบม. 6 ก็นั่งกันไปหวานเย็นไปเรื่อยๆ จำไม่ได้แล้วว่านั่งไปนานแค่ไหน รู้แต่ว่านั่งกันจนเมื่อยก้น แถมมีหยุดรอรถสวนอีก นานด้วย แล้วท้ายที่สุดก็ไม่ตรงเวลาอีก จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าคนนั่งรถไฟไทยมีอยู่สามประเภท คือ รักจริง อยากลอง และ ไม่มีทางเลือก เรื่องนี้ผมว่าคนไทยก็คงรู้ๆกันอยู่แหละนะ

ครั้งถัดไปที่ผมขึ้นรถไฟคือตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นปีที่แล้ว กล้าพูดได้เลยว่าเป็นรถไฟที่ดีที่สุดบนโลก สะอาด สบาย และ ตรงเวลามาก เรื่องความเร็วก็อย่างที่รู้กันว่าถ้าเป็นชินคันเซ็งก็เร็วได้ใจมาก แต่รถไฟไปเมืองเล็กๆก็หวานเย็นพอๆกับรถไฟไทย แถมบางสายก็มีรางเดียวเหมือนกัน ก็ไม่ใช่ว่าญี่ปุ่นแล้วจะมีสองรางทั้งประเทศ แต่ถึงจะมีรางเดียวเค้าก็ยังตรงเวลานะ โดยรวมคือไม่มีอะไรให้ติเลย

ถัดไปเป็นรถไฟที่อังกฤษ เป็นรถไฟที่ผมลืมไม่ลง เพราะเสียค่าโง่ไปเยอะ เรื่องมันมีอยู่ว่าผมจะไปเรียนที่เอดินเบอระ สก๊อตแลนด์ ไม่ใช่อังกฤษ ย้ำอีกครั้ง และจะย้ำต่อไปเรื่อยๆ แต่บินไปลงลอนดอนด้วยความอยากเที่ยว กลัวไม่ได้เที่ยว ว่างั้นเหอะ แล้วสุดท้ายก็ได้ไปอีกสองรอบ ได้เรื่องอีกเหมือนกัน คงไม่ถูกกับอังกฤษ เอาไว้จะเล่าทีหลัง กลับเข้าเรื่องก่อน เนื่องด้วยสนามบินของลอนดอนมันอยู่นอกเมืองไกลมาก ตามความรู้สึกแล้วเหมือนว่าสุวรรณภูมิยังเรียกใกล้ แถมของหนักอีกตะหาก ขึ้นเครื่องเสียค่าขนของบานแน่ ก็เลยตัดสินใจว่าไปรถไฟ จากการวางแผนล่วงหน้าอย่างดี ก็พบว่าถ้าซื้อตั๋วล่วงหน้าจะได้ราคาถูก ก็จัดการซื้อ เท่านั้นไม่พอ ด้วยความงกซื้อแบบมี RailCard ซึ่งว่าง่ายๆก็คือสมาชิดรถไฟ มีแล้วจะได้ส่วนลด ตามแผนก็คือไปถึงแล้วก็จะไปซื้อ RailCard แต่แล้วก็เที่ยวเพลิน ลืมซื้อ พอไปขึ้นรถไฟก็ซวยแหละ จะซื้อบนรถก็ไม่ได้ จ่ายส่วนต่างก็ไม่ได้ โดนค่าโง่ต้องซื้อตั๋วใหม่ 110 กว่าปอนด์ บวกกับที่จ่ายไปแล้วอีก 30 กว่า รวมๆก็ 150 มั๊ง แค้นมาก หลังจากนั้นรถไฟอังกฤษ (National Express) ก็ไม่ได้กินเงินผมอีกเลยตลอดทั้งปีที่อยู่แถวนั้น

ครั้งถัดไปก็คือรถไฟยุโรปตอนเมื่อช่วงต้นปี เรื่องเริ่มมาจากว่าอยากไปเที่ยวเช็คกับออสเตรีย แต่เอดินเบอรไม่มีกงสุลของสองประเทศนั้น หาไปหามาเจอตั๋วไปมาลากา (Malaga, Spain ไม่ใช่ที่ประเทศเพื่อนบ้านนะ) ก็เลยจัดการเพิ่มโปรแกรมไปสเปนแล้วก็ไปขอเชงเก้นวีซ่าที่กงสุลสเปน ก็โดนยึกยักโยกโย้หลายท่ามาก สุดท้ายถามว่าไปเที่ยวเช็คออสเตรียนี่จะเดินทางยังไง ก็บอกรถไฟ จะไปซื้อตั๋วเอาที่โน่น พี่ท่านไม่ยอม บอกว่าต้องมีตั๋วก่อน ความซวยบังเกิดต้องไปซื้อ Eurail Pass ซึ่งเป็นตั๋วเหมา ตอนแรกไม่ได้กะจะใช้เพราะวางแผนไว้ว่าจะนั่งรถไฟแค่ในออสเตรีย เพราะที่ๆจะไปในเช็คไปรถบัสสะดวกกว่า สั่งซื้อมาแล้วก็ต้องรอตั๋วส่งมากจากอเมริกา เพราะตั่วนี้คนยุโรปใช้ไม่ได้ คาดว่าชาวอเมริกันซื้อกันเยอะ เค้าเลยไปตั้งบริษัทที่นั่น ลดต้นทุนการส่งตั๋ว รอนานมากกว่าจะได้ เกือบจะเดินทางอยู่แล้ว พอได้มาก็ได้เรื่องปวดหัวอีก ได้ตั๋วใครมาก็ไม่รู้ ต้องส่งคืนมันอีก ยุ่งยากมากกว่าจะเอาเงินคืนได้ แต่ในโชคร้ายก็มีโชคดีอยู่คือได้เงินคืน ทำให้เดินทางแบบไหนก็ได้ตามใจอยาก เพราะว่าจริงๆแล้วเส้นทางที่ไปถ้านั่งรถไฟอย่างเดียวจะเสียเวลามาก ก็เป็นอันจบไปสำหรับเรื่อง Eurail Pass ซึ่งก็ไม่ได้เป็นรถไฟจริงๆ แค่เป็นตั๋วแบบพิเศษ

แล้วก็ในรอบเดียวกันนั้นก็ได้นั่งรถไฟออสเตรีย มันก็ดีนะ แต่ออกความเห็นอะไรไม่ได้มาก เพราะนั่งไปแค่สามขบวน รอบแรกจากลินซ์ (Linz) ไปวีน (Wien – เวียนนานั่นแหละ แค่เรียกตามภาษาท้องถิ่น) รอบสองนั่งสองขบวนจากวีนไป Hallstatt (เมืองนี้จนปัญญาถอดเสียงเป็นภาษาไทย) เมืองริมทะเลสาบ สถานีรถไฟของเมืองนี้แปลกมาก อยู่อีกฟากของทะเลสาบ ต้องนั่งเรือข้ามฟากไปที่เมือง (เสียตังอีก) เรื่องที่นี่ยังมีอีกเยอะ เอาไว้เล่าทีหลัง

ถัดไป รถไฟสก๊อตแลนด์ เคยนั่งอยู่แค่สองเส้นทางเอง คือ เอกินเบอร-กลาสโก กับ เอดินเบอร-สเตอลิง (Stirling) ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นเส้นทางสั้นๆ ประมาณชั่วโมงนิดๆ มีเรื่องให้งงคือรถไฟมันมีหลายบริษัทมาก งงพิลึก เท่าที่จำได้ก็มี First ScotRail, Virgin, National Express แล้วก็จะมีอีกแบรนด์นึงแต่จริงๆแล้วก็คือของ First แต่อันนี้จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร โดยส่วนตัวแล้วผมรูสึกว่าในสก๊อตแลนด์ First จะให้บริการดีที่สุด คือ ไปหลายที่ที่สุด และมีรถบ่อยที่สุด อีกเรื่องที่น่ารู้ก็คือเส้นเอดินเบอร-กลาสโก ถ้าเป็นรถไฟของ First จะไปที่สถานี Queen Street ซึ่งอยู่กลางเมืองเลย ส่วน National Express จะไปอีกสถานี คือ Buchanan ซึ่งจะอยู่ห่างจากกลางเมืองออกมานิดนึง (นิดเดียวจริงๆ เดินถึง) ซึ่งสถานีนี้ก็จะอยู่ใกล้กับที่จอดรถบัสของกลาสโก ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงต้องมีสองสถานีอยู่ใกล้ๆกัน

ยังไม่จบ รถไฟประเทศถัดไปคือรถไฟไต้หวัน ได้นั่งแต่รถไฟความเร็วสูง ซึ่งจริงๆแล้วก็คือชินคันเซ็งของญี่ปุ่น เพราะไต้หวันไปซื้อเทคโนโลยีเค้ามาใช้ นั่งแค่รอบเดียว สถานีก็ใหญ่โต อลังการดี รู้สึกว่าจะอลังการกว่าของต้นฉบับอีกซะด้วยซ้ำ แต่ว่าสถานีของรถไฟความเร็วสูงนี่จะอยู่ไกลจากใจกลางเมือง ยกเว้นสถานีในเมืองไทเป สาเหตุเพราะว่าไต้หวันไม่ได้คิดจะทำระบบนี้ไว้ล่วงหน้า เลยไม่ได้กันที่ไว้ ไปเวรคืนก็แพง พี่ท่านเลยไปสร้างนอกเมือง ซึ่งต่างกับที่ญี่ปุ่นที่ชินคันเซ็งลงกลางเมืองตลอด

สุดท้ายแล้ว รถไฟเยอรมัน เป็นรถไฟที่ผมต้องบอกว่าไม่ตรงกับคิดไว้อย่างแรง ก่อนที่จะมาผมคิดว่ารถไฟเยอรมันน่าจะตรงเวลา แต่เปล่าเลย เพิ่งมาอยู่ยังไม่ทันถึงสัปดาห์ เดินทางด้วยรถไฟไปสามรอบ ก็เจอรถไฟไม่ตรงเวลาไปสามรอบ ไม่ตรงนี่ก็ไม่ใช่ว่าผิดไปสองสามนาทีนะครับ ล่อไปเป็นสิบนาทีเลย บางเที่ยวเกินครึ่งชั่วโมงอีก แล้วก็ไม่ได้มีแค่ขบวนเดียวที่ไม่ตรงเวลา มีหลายขบวนมากที่ไม่ตรงเวลา ไม่รู้เกิดปัญหาอะไร จากการเดาๆ เอามั่วๆ พอจะโยงได้บ้างก็คือปีนี้อากาศหนาวเร็วมาก ช่วงนี้อุณหภูมิอยู่แถวๆ 0 องศาทุกวัน อาจจะทำให้ระบบรางมีปัญหา เพราะยังไม่ได้เตรียมจัดการ (หรือเปล่า?) ก็คิดได้แค่นั้น หรือว่าปกติมันเป็นแบบนี้อยู่แล้วก็ไม่รู้

สรุปว่าเดินทางด้วยรถไฟก็อย่าได้คาดหวังว่ามันจะราบรื่นไปซะหมด เผื่อเวลา เผื่อใจ ไว้ด้วยเสมอนะครับ (โดยเฉพาะรถไฟไทย 😉

Advertisements
4 Comments leave one →
  1. izzueelsa permalink
    October 16, 2009 2:55 pm

    你昰欺負我看不懂泰文啊???
    可惡!!
    嘿嘿~~
    我回你中文~~
    看不懂了吧!!
    嘻嘻~~~

  2. November 24, 2009 5:53 pm

    รถไฟเยอรมันรับประกันตรงเวลาเฉพาะ ICE ครับ ถ้าไม่ตรงเวลาก็จะมีการแจกของกิน ให้ส่วนลดของการซื้อตั๋วครั้งต่อไป

    ช่วงนี้ซ่อมรางครับรถไฟเลยไม่ค่อยตรงเวลา เยอรมันรับประกันเฉพาะ ICE เท่านั้นที่ตรงเวลา แต่โดยปกติแล้วถ้าไม่มีเหตุอันใด ME, IC, RB และ RE ก็ตรงเวลาใช้ได้ครับ แต่ EC นั้นไม่ตรงแน่ เพราะประเทศต้นทางถ้าไม่ออกจากเยอรมันก็จะไม่ตรงด้วย

    • kittipatv permalink*
      November 24, 2009 6:26 pm

      ผมนั่ง ICE จาก Frankfurt Flughafen มา Bonn โดน delay ไปเกินครึ่งชั่วโมงไม่เห็นเค้าให้อะไรเลยนะ

      แต่หลังๆ มานี่ผมก็ไม่ค่อยเจอ delay แล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้ไม่ได้ไปไหนด้วย

      เรื่องตรงเวลานี่ผมก็ฟังมาจากครูสอนภาษาเยอรมันที่เกอเธ่น่ะครับ เค้าบอกว่าขนส่งมวลชนที่นี่ตรงเวลา แต่เท่าที่ผ่านมาโดยเฉพาะรสบัสนี่ประจำเลย ทั้งเร็วไปทั้งช้าไป

      • December 3, 2009 10:37 am

        ช่วงนี้ซ่อมรางครับ ไม่รับประกันเรื่องความตรงเวลาอยู่แล้ว

        เรื่องรถเมล์ ผมไม่แน่ใจแต่ที่ฮัมบวร์กส่วนใหญ่ตรงเวลา ถ้าช่วงฝนไม่ตก (ช่วงฝนตกรถเมล์จะไม่ตรงเวลาครับ เพราะคนขึ้นลงจะนานกว่าปกติ) ที่นี่ถ้าเขามาเร็วไปเขาจะจอดรอจนกว่าจะได้เวลา จึงจะออกครับ โดยเฉพาะป้ายที่ต่อกับรถไฟใต้ดิน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: